ทำเว็บไซต์ WordPress สำหรับธุรกิจ: ราคา ขั้นตอน และสิ่งที่ต้องเตรียม

ภาพประกอบการวางแผนเว็บไซต์ธุรกิจ แสดงหน้าจอคอมพิวเตอร์ มือถือ และองค์ประกอบหน้าเว็บ

ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์ WordPress คำถามสำคัญคือ เว็บไซต์ต้องช่วยธุรกิจทำอะไร ต้องการให้ลูกค้าทัก LINE ขอใบเสนอราคา นัดหมาย หรือซื้อสินค้าออนไลน์? คำตอบนี้จะกำหนดทั้งโครงสร้างหน้า ฟังก์ชัน งบประมาณ และวิธีวัดผลหลังเปิดใช้งาน

คู่มือนี้ช่วยเจ้าของธุรกิจวางแผนตั้งแต่เลือกประเภทเว็บไซต์ ประเมินค่าใช้จ่าย เตรียมข้อมูล และเลือกผู้พัฒนา ไปจนถึงตรวจรับงานและดูแลเว็บไซต์ในระยะยาว โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจศัพท์เทคนิคทั้งหมดก่อนเริ่ม

ถ้าคุณมีขอบเขตงานพร้อมแล้ว สามารถดู แพ็กเกจรับทำเว็บไซต์ WordPress ของ CO2DEV เพื่อเปรียบเทียบกับความต้องการของธุรกิจได้

สารบัญ

  1. WordPress เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่
  2. เลือกประเภทเว็บไซต์ให้ตรงเป้าหมาย
  3. วางโครงสร้างหน้าและฟังก์ชันก่อนออกแบบ
  4. ทำเว็บไซต์ WordPress มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
  5. ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างทำ แบบไหนเหมาะกว่า
  6. เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเริ่มงาน
  7. ขั้นตอนและระยะเวลาในการทำเว็บไซต์ WordPress
  8. เลือกผู้รับทำเว็บไซต์อย่างไร
  9. เช็กลิสต์ตรวจรับเว็บไซต์ก่อนส่งมอบ
  10. หลังเปิดเว็บต้องดูแลอะไรต่อ
  11. คำถามที่พบบ่อย
  12. วางแผนเว็บไซต์ให้พร้อมก่อนเริ่มพัฒนา

WordPress เหมาะกับธุรกิจของคุณหรือไม่

WordPress เป็นระบบจัดการเนื้อหาเว็บไซต์ หรือ CMS ที่ให้ผู้ดูแลเพิ่มหน้า แก้ไขข้อความ อัปโหลดภาพ และเขียนบทความผ่านระบบหลังบ้านได้ ส่วนการออกแบบและฟังก์ชันเพิ่มเติมอาศัยธีม ปลั๊กอิน และงานพัฒนาตามความต้องการ

สำหรับบทความนี้ เราพูดถึง WordPress แบบติดตั้งบนโฮสติ้งที่เลือกเองเป็นหลัก หากต้องการทำความเข้าใจระบบก่อน อ่านต่อได้ที่ WordPress คืออะไร และเหมาะกับเว็บไซต์แบบไหน

WordPress เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณาเมื่อธุรกิจต้องการ:

  • เว็บไซต์บริษัทหรือบริการที่เพิ่มเนื้อหาได้ต่อเนื่อง
  • บทความและหน้าความรู้เพื่อรองรับคำถามของลูกค้า
  • ร้านค้าออนไลน์ที่มีระบบจัดการสินค้าและคำสั่งซื้อ
  • ระบบนัดหมาย สมาชิก หรือหลายภาษา โดยประเมินเครื่องมือที่เหมาะสมเพิ่มเติม
  • ความสามารถย้ายผู้ดูแลหรือโฮสติ้งในอนาคต ภายใต้เงื่อนไขของระบบและสิทธิ์ที่ได้รับ

สิ่งที่ต้องวางแผนควบคู่กันคือการอัปเดต สำรองข้อมูล ความปลอดภัย และการต่ออายุเครื่องมือที่มีค่าใช้จ่าย การใช้ WordPress จึงไม่ได้แปลว่าเว็บไซต์จะไม่มีภาระดูแล หรือได้อันดับค้นหาที่ดีโดยอัตโนมัติ

หากโครงการเป็นระบบทำงานเฉพาะทางที่ซับซ้อน เช่น มีเงื่อนไขสิทธิ์และขั้นตอนธุรกิจจำนวนมาก ควรให้ผู้พัฒนาประเมินก่อนว่า WordPress เหมาะสมเพียงใด หรือควรใช้ระบบอื่นร่วมด้วย

เลือกประเภทเว็บไซต์ให้ตรงเป้าหมาย

Landing Page: เน้นข้อเสนอหรือบริการหนึ่งเรื่อง

เหมาะกับแคมเปญที่ต้องการให้ผู้เข้าชมทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เช่น ขอราคา สมัครรับข้อมูล หรือทักปรึกษา เนื้อหาควรอธิบายว่าเสนออะไร เหมาะกับใคร มีหลักฐานอะไร และติดต่ออย่างไร

หน้าเดียวสามารถเริ่มต้นได้กระชับ แต่ถ้าธุรกิจมีหลายบริการหรือคำถามที่ต่างกันมาก อาจต้องเพิ่มหน้าเฉพาะเพื่ออธิบายแต่ละเรื่องให้เพียงพอ

เว็บไซต์บริษัทหรือธุรกิจบริการ: สร้างความเข้าใจและความมั่นใจ

เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้าต้องศึกษาก่อนตัดสินใจ เช่น งานบริการ B2B ผู้รับเหมา หรือที่ปรึกษา ควรมีหน้าบริการ ผลงาน เกี่ยวกับเรา และช่องทางติดต่อที่เข้าถึงง่าย

หากกำลังเลือกระหว่างเว็บไซต์หน้าเดียวกับเว็บไซต์บริษัทหลายหน้า อ่าน Landing Page กับเว็บไซต์บริษัท 5 หน้า ต่างกันอย่างไร และธุรกิจควรเลือกแบบไหน เพื่อเปรียบเทียบโครงสร้าง ขอบเขตงาน และตัวอย่างผลงานจริงก่อนตัดสินใจ

ร้านค้าออนไลน์: รองรับการสั่งซื้อและการจัดการหลังบ้าน

นอกจากหน้าสินค้า ต้องคิดถึงตัวเลือกสินค้า ค่าจัดส่ง การชำระเงิน สต็อก อีเมลคำสั่งซื้อ และการจัดการคืนสินค้า ค่าใช้จ่ายจึงขึ้นกับขั้นตอนซื้อขายและการเชื่อมต่อระบบ มากกว่าจำนวนหน้าเพียงอย่างเดียว

เว็บไซต์เฉพาะธุรกิจ: ออกแบบตามวิธีที่ลูกค้าใช้บริการ

ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์คลินิกอาจต้องจัดข้อมูลบริการ บุคลากร สาขา และช่องทางนัดหมายให้ชัดเจน สามารถอ่าน เช็กลิสต์เว็บไซต์คลินิกที่ดี เป็นตัวอย่างการวางโครงสร้างตามประเภทธุรกิจได้

วางโครงสร้างหน้าและฟังก์ชันก่อนออกแบบ

เริ่มจากรายการคำถามที่ลูกค้าถามฝ่ายขายบ่อย แล้วกำหนดว่าหน้าไหนจะตอบคำถามนั้น ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุกฟังก์ชันตั้งแต่วันแรก

หน้าสิ่งที่ควรช่วยให้ลูกค้ารู้
หน้าแรกธุรกิจทำอะไร เหมาะกับใคร และควรไปอ่านส่วนไหนต่อ
หน้าบริการขอบเขตบริการ วิธีทำงาน เงื่อนไข และการขอราคา
ผลงานหรือกรณีศึกษาเคยแก้โจทย์อะไร และมีหลักฐานของงานอย่างไร
เกี่ยวกับเราใครเป็นผู้ให้บริการ มีประสบการณ์หรือแนวทางทำงานแบบใด
บทความคำตอบสำหรับเรื่องที่ลูกค้าต้องศึกษาก่อนซื้อ
ติดต่อเราติดต่อผ่านอะไร ต้องเตรียมข้อมูลใด และคาดหวังการตอบกลับอย่างไร

สำหรับฟังก์ชัน ควรแยกเป็น ต้องมีเพื่อเปิดใช้งาน กับ เพิ่มภายหลังได้ เช่น ฟอร์มขอใบเสนอราคาอาจจำเป็นตั้งแต่แรก ส่วนระบบสมาชิกอาจรอจนมีความต้องการชัดเจน วิธีนี้ช่วยควบคุมงบและลดความซับซ้อนในการดูแล

ถ้ามีเว็บไซต์เดิมอยู่แล้ว ให้สำรวจหน้าและเนื้อหาที่มีประโยชน์ก่อนตัดสินใจทำใหม่ทั้งหมด อ่านแนวทางได้ที่ สัญญาณว่าเว็บไซต์เดิมควรปรับปรุง

ทำเว็บไซต์ WordPress มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

ควรประเมินทั้งงบเริ่มต้นและค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง พร้อมขอให้ผู้พัฒนาแยกรายการที่รวมและไม่รวมในราคา

รายการสิ่งที่ควรถามก่อนตกลง
ออกแบบและพัฒนาได้กี่หน้า ใช้แบบสำเร็จรูปหรือออกแบบเฉพาะ แก้ไขกี่รอบ
โดเมนใครเป็นผู้จด ใครเข้าถึงบัญชี และต่ออายุอย่างไร
Hostingทรัพยากรเหมาะกับเว็บหรือไม่ มี Backup และบริการช่วยเหลืออย่างไร
ธีมและปลั๊กอินใช้ License ของใคร มีค่าต่ออายุหรือข้อจำกัดการย้ายหรือไม่
เนื้อหาและภาพลูกค้าเตรียมเองหรือมีบริการเขียน ถ่ายภาพ หรือจัดซื้อภาพเพิ่มเติม
ระบบภายนอกมีค่าบริการรายเดือน ค่าธรรมเนียม หรือค่าเชื่อมต่อเพิ่มเติมหรือไม่
ดูแลหลังเปิดเว็บรวมงานอะไร ระยะเวลาเท่าไร และคิดค่าบริการเพิ่มเมื่อใด

ตัวอย่างราคาแพ็กเกจที่แสดงบนหน้าบริการ CO2DEV คือ Small Pack 6,900 บาท, Starter Pack 15,000 บาท และ Ecommerce Pack 25,000 บาท ราคานี้เป็นตัวอย่างแพ็กเกจของ CO2DEV ไม่ใช่ราคากลางของตลาด และต้องพิจารณารายละเอียด ฟังก์ชัน และเงื่อนไขล่าสุดจาก หน้าบริการ WordPress ก่อนตัดสินใจ

กรณีที่ยังไม่มีโดเมน สามารถอ่าน โดเมนคืออะไรและเลือกอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนขอราคา

ทำเว็บไซต์เองหรือจ้างทำ แบบไหนเหมาะกว่า

การทำเองเหมาะกับผู้ที่มีเวลาศึกษา ต้องการทดลองแนวคิด และยอมรับเวลาที่ใช้แก้ปัญหาได้ ส่วนการจ้างเหมาะกับงานที่มีขอบเขตและกำหนดเปิดใช้งานชัด ต้องการผู้รับผิดชอบด้านการออกแบบ พัฒนา และส่งมอบระบบ

ประเด็นทำเองจ้างทำ
เวลาต้องแบ่งเวลาศึกษาและทดสอบต้องเตรียมข้อมูลและตรวจงานตามรอบ
งบมีค่าเครื่องมือและต้นทุนเวลาของผู้ทำมีค่าพัฒนาและรายการเพิ่มเติมตามขอบเขต
การออกแบบขึ้นกับทักษะและเครื่องมือประเมินจากผลงานและข้อเสนอของผู้พัฒนา
การดูแลต้องจัดการเองหรือจ้างเพิ่มต้องตกลงให้ชัดว่าดูแลอะไรหลังส่งมอบ

ทั้งสองทางควรมีการทดสอบก่อนเปิดใช้งานจริง การจ้างทำก็ยังต้องอาศัยข้อมูลธุรกิจและการตัดสินใจจากเจ้าของเว็บ เพื่อให้ผลลัพธ์ตรงกับวิธีให้บริการของธุรกิจ

เตรียมข้อมูลอะไรบ้างก่อนเริ่มงาน

ความพร้อมของเนื้อหามีผลต่อทั้งทิศทางการออกแบบและกำหนดส่งงาน ควรเตรียมอย่างน้อยดังนี้:

  • เป้าหมายเว็บไซต์: ต้องการให้ผู้เข้าชมทำอะไร และใครคือลูกค้าหลัก
  • ข้อมูลแบรนด์: ชื่อธุรกิจ โลโก้ สี และแนวทางการใช้ภาพ
  • รายละเอียดบริการหรือสินค้า: จุดเด่น ขอบเขต ราคาเท่าที่เปิดเผยได้ และคำถามที่ลูกค้าถามบ่อย
  • หลักฐานของงาน: ภาพผลงาน รายละเอียดโครงการ หรือคำรับรองที่ได้รับอนุญาตให้ใช้
  • ช่องทางติดต่อ: เบอร์โทร LINE อีเมล ที่ตั้ง และเวลาทำการที่ถูกต้อง
  • ตัวอย่างเว็บที่ชอบ: พร้อมอธิบายว่าชอบโครงสร้าง สี หรือวิธีนำเสนอส่วนไหน
  • ระบบเดิม: ข้อมูลโฮสติ้ง โดเมน และระบบที่ต้องเชื่อม โดยส่งสิทธิ์ผ่านช่องทางที่ตกลงกัน
  • ผู้ตรวจงาน: ผู้ประสานงานที่รวบรวมความเห็นและอนุมัติแต่ละช่วงได้

หากข้อมูลบางส่วนยังไม่พร้อม ให้ระบุผู้รับผิดชอบและวันที่ต้องส่งก่อนเริ่มงาน ไม่ควรใช้ข้อความตัวอย่างแทนข้อมูลสำคัญจนถึงวันเปิดเว็บ

ขั้นตอนและระยะเวลาในการทำเว็บไซต์ WordPress

1. สรุปโจทย์และขอบเขตงาน

กำหนดประเภทเว็บ รายการหน้า ฟังก์ชัน เนื้อหา กำหนดส่ง และสิ่งที่ไม่รวมในราคา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายประเมินงานจากรายการเดียวกัน

2. วางโครงสร้างและออกแบบ

จัดลำดับข้อมูลและเส้นทางไปสู่การติดต่อหรือซื้อสินค้า จากนั้นตรวจรูปแบบหน้าสำคัญก่อนนำไปพัฒนาส่วนอื่น

3. พัฒนาและใส่เนื้อหา

สร้างหน้า ตั้งค่าฟังก์ชัน และใส่เนื้อหาที่ผ่านการตรวจ รวมถึงตรวจการแสดงผลบนขนาดหน้าจอที่เกี่ยวข้อง

4. ทดสอบและแก้ไข

ทดสอบฟอร์ม ลิงก์ ปุ่มติดต่อ อีเมล และขั้นตอนใช้งาน หากเป็นร้านค้า ต้องทดสอบการสั่งซื้อและสถานะคำสั่งซื้อให้ครบตามระบบที่ตกลง

5. เปิดใช้งานและส่งมอบ

ตรวจการตั้งค่าเว็บไซต์จริง ส่งมอบบัญชีและคู่มือ พร้อมกำหนดช่องทางแจ้งปัญหาหลังเปิดเว็บ

ระยะเวลาจริงขึ้นกับจำนวนหน้า ฟังก์ชัน การออกแบบ ความพร้อมของข้อมูล และรอบอนุมัติ หากแพ็กเกจระบุว่าเสร็จใน 3 วัน ควรถามให้ชัดว่าใช้กับงานแบบใด เริ่มนับเมื่อใด และต้องส่งข้อมูลครบแค่ไหน ไม่ควรนำระยะเวลาของงานเริ่มต้นไปใช้กับทุกโครงการ

เลือกผู้รับทำเว็บไซต์อย่างไร

ก่อนเปรียบเทียบราคา ควรขอขอบเขตงานในรูปแบบที่เทียบกันได้ และถามเรื่องต่อไปนี้:

  1. มีผลงานที่ใกล้กับประเภทและความซับซ้อนของงานคุณหรือไม่
  2. ใครรับผิดชอบเนื้อหา รูปภาพ การออกแบบ และการย้ายข้อมูล
  3. ราคาและจำนวนรอบแก้ไขครอบคลุมอะไรบ้าง
  4. เว็บไซต์ โดเมน Hosting และ License แต่ละรายการอยู่ในบัญชีของใคร
  5. ส่งมอบสิทธิ์และเอกสารอะไรบ้าง หากเปลี่ยนผู้ดูแลในอนาคต
  6. คำว่า SEO พื้นฐานครอบคลุมงานอะไร และมีรายงานส่งมอบหรือไม่
  7. หลังส่งมอบมีการรับประกันงานและบริการดูแลแบบใด

ผลงานควรช่วยให้เห็นโจทย์และวิธีทำงาน ไม่ใช่ดูเฉพาะภาพหน้าแรก คุณสามารถดู ผลงานของ CO2DEV แล้วสอบถามรายละเอียดเทคโนโลยีและขอบเขตของเคสที่สนใจเพิ่มเติมได้

เช็กลิสต์ตรวจรับเว็บไซต์ก่อนส่งมอบ

เนื้อหาและประสบการณ์ใช้งาน

  • ชื่อธุรกิจ ราคา ช่องทางติดต่อ และรายละเอียดบริการถูกต้อง
  • ไม่มีข้อความตัวอย่าง รูปที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ หรือหน้าที่ทำค้างไว้
  • เมนูและลิงก์พาไปปลายทางที่ถูกต้อง
  • มือถืออ่านและกดปุ่มสำคัญได้สะดวก
  • ฟอร์มส่งข้อมูลได้ และผู้รับได้รับข้อความจริง
  • ร้านค้าทดสอบขั้นตอนซื้อขายตามขอบเขตที่กำหนดแล้ว

SEO และการวัดผลพื้นฐาน

  • หน้าสำคัญมีชื่อหน้าและคำอธิบายที่ตรงเนื้อหา
  • หัวข้อหลักและหัวข้อย่อยอ่านเป็นลำดับเข้าใจง่าย
  • ตรวจการตั้งค่าจัดทำดัชนีของเว็บไซต์จริง ไม่ทิ้งการตั้งค่าทดสอบไว้
  • Sitemap และ canonical สอดคล้องกับหน้าที่ตั้งใจให้ค้นพบ
  • หากย้ายเว็บ มีแผนจัดการ URL เดิมและ Redirect ที่จำเป็น
  • บัญชีวัดผลและ Search Console มีผู้รับผิดชอบและสิทธิ์เข้าถึงที่ชัดเจน

สิทธิ์และการดูแลระบบ

  • เข้าถึง WordPress โดเมน และ Hosting ได้ตามข้อตกลง
  • ทราบวิธีสำรองและกู้คืนข้อมูล รวมถึงผู้รับผิดชอบ
  • มีรายการ License วันต่ออายุ และค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง
  • ได้รับวิธีแก้ไขข้อมูลพื้นฐานและช่องทางแจ้งปัญหา

SEO พื้นฐานช่วยให้เว็บไซต์พร้อมสำหรับการค้นหา แต่ไม่ได้รับประกันอันดับหรือจำนวนลูกค้า ผลยังขึ้นกับเนื้อหา การแข่งขัน ประสบการณ์ใช้งาน และการพัฒนาต่อหลังเปิดเว็บ

หลังเปิดเว็บต้องดูแลอะไรต่อ

วางผู้รับผิดชอบและรอบดูแลที่เหมาะกับความสำคัญของเว็บไซต์ โดยครอบคลุมการอัปเดตระบบ สำรองข้อมูล ตรวจฟอร์มและการสั่งซื้อ ต่ออายุโดเมนและ License รวมถึงปรับข้อมูลบริการให้ตรงกับปัจจุบัน

สำหรับการตลาด ควรเริ่มจากคำถามที่ลูกค้าถามจริง แล้วพัฒนาเป็นหน้าบริการหรือบทความที่ตอบให้ครบ เชื่อมหน้าที่เกี่ยวข้อง และวัดผลว่าผู้อ่านทำสิ่งที่ต้องการต่อหรือไม่ เช่น ส่งฟอร์มหรือขอราคา

ถ้ากำลังตรวจความพร้อมด้านการค้นหา อ่าน คู่มือการตั้งค่า WordPress SEO ประกอบได้

คำถามที่พบบ่อย

ไม่เขียนโค้ด ใช้ WordPress ได้ไหม?

การเพิ่มบทความหรือแก้ข้อมูลพื้นฐานทำผ่านหลังบ้านได้ แต่ควรมีคู่มือที่ตรงกับเว็บไซต์ที่ส่งมอบ ส่วนงานเปลี่ยนโครงสร้างหรือฟังก์ชันอาจต้องใช้ผู้พัฒนา

มีโดเมนและ Hosting อยู่แล้ว ใช้ต่อได้หรือไม่?

อาจใช้ต่อได้ โดยให้ผู้พัฒนาตรวจสภาพแวดล้อม ทรัพยากร สิทธิ์เข้าถึง และข้อจำกัดของบริการเดิมก่อนประเมินงานย้ายหรือปรับปรุง

ทำเว็บไซต์ครั้งเดียวแล้วจบหรือไม่?

หลังเปิดใช้งานยังมีงานดูแลระบบและอัปเดตข้อมูล รวมถึงค่าใช้จ่ายต่อเนื่องตามบริการที่เลือก ควรทราบรายการเหล่านี้ตั้งแต่ก่อนเริ่ม

มีเว็บไซต์เดิมแล้ว ควรเปลี่ยน URL ทั้งหมดหรือไม่?

ควรตรวจข้อมูลเดิมก่อน โดยเฉพาะหน้าที่มีผู้เข้าชมหรือลิงก์อ้างอิง หากจำเป็นต้องเปลี่ยน URL ต้องวางแผนการย้ายและ Redirect ให้เหมาะสม

จ้างทำเว็บไซต์ WordPress ต้องเริ่มจากอะไร?

เริ่มจากเป้าหมาย รายการบริการ ฟังก์ชันที่ต้องมี ตัวอย่างเว็บ และกำหนดเปิดใช้งาน ผู้พัฒนาจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ช่วยจัดขอบเขตและประเมินราคาได้ชัดขึ้น

วางแผนเว็บไซต์ให้พร้อมก่อนเริ่มพัฒนา

เว็บไซต์ที่เหมาะกับธุรกิจควรมีเป้าหมายชัด ขอบเขตที่ตรวจรับได้ และแผนดูแลหลังส่งมอบ เมื่อเตรียมข้อมูลเหล่านี้ครบ การเลือกผู้พัฒนาและเปรียบเทียบข้อเสนอจะง่ายขึ้น

หากต้องการให้ CO2DEV ช่วยประเมิน เริ่มจากส่งประเภทธุรกิจ เป้าหมายเว็บไซต์ ฟังก์ชันที่ต้องใช้ และตัวอย่างที่ชอบ แล้วดู รายละเอียดบริการรับทำเว็บไซต์ WordPress เพื่อประกอบการวางงบและขอบเขตงาน

หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำเว็บไซต์