สารบัญ
- WordPress SEO คืออะไร?
- ทำไม WordPress ถึงเหมาะกับ SEO?
- 15 การตั้งค่า WordPress SEO ที่ต้องทำ
- Plugin SEO ที่แนะนำ
- การตั้งค่า On-Page SEO
- การตั้งค่า Technical SEO
- การตั้งค่าความเร็วเว็บไซต์
- การตั้งค่า Schema Markup
- เช็คลิสต์ WordPress SEO
- สรุป
WordPress SEO คืออะไร?
WordPress SEO คือกระบวนการปรับแต่งเว็บไซต์ WordPress ให้ติดอันดับสูงบน Google โดยไม่ต้องจ่ายเงินโฆษณา ซึ่งรวมถึงการตั้งค่าพื้นฐาน การปรับแต่งเนื้อหา และการเพิ่มประสิทธิภาพทางเทคนิค
SEO สำคัญอย่างไร?
- 93% ของการค้นหาระดับโลก เริ่มต้นจาก Google
- หน้าแรก Google ได้รับคลิก 95% ของทั้งหมด
- อันดับ 1 ได้รับคลิก 32% ของทั้งหมด
- Organic Traffic (Traffic จาก Google) มีคุณภาพสูงและ Conversion Rate สูง
สำหรับธุรกิจที่ทำเว็บไซต์ WordPress การตั้งค่า SEO ตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยให้เว็บไซต์มีโอกาสติดอันดับ Google ได้ง่ายและเร็วกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ได้ตั้งค่า
➡️ อ่านต่อ: คู่มือทำเว็บไซต์ WordPress: ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนทำเว็บ
ทำไม WordPress ถึงเหมาะกับ SEO?
WordPress เป็นแพลตฟอร์มที่ Google “ชอบ” ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน นี่คือเหตุผล:
1. โครงสร้าง URL เป็นระเบียบ
WordPress รองรับ URL ที่เป็นมิตรกับ SEO เช่น:
- yourdomain.com/services/web-design/
- yourdomain.com/blog/wordpress-seo/
Google อ่านและเข้าใจโครงสร้างแบบนี้ได้ง่าย
2. ควบคุม Meta Title และ Meta Description ได้ง่าย
WordPress สามารถตั้งค่า Meta Title และ Meta Description ได้ทีละหน้า ซึ่งช่วยเพิ่ม CTR (Click-Through Rate) จาก Google
3. มี Plugin SEO ที่ทรงพลัง
WordPress มี Plugin SEO มากกว่า 60,000 ตัว ซึ่งช่วย:
- วิเคราะห์และแนะนำการปรับปรุง
- ตั้งค่า Meta Tag อัตโนมัติ
- สร้าง XML Sitemap
- ตั้งค่า Schema Markup
4. โหลดเร็ว (ถ้าตั้งค่าถูกต้อง)
Google ใช้ความเร็วเว็บเป็นปัจจัยในการจัดอันดับ WordPress มี Plugin Caching และ Optimization มากมาย
5. รองรับ Mobile 100%
Google ใช้ Mobile-First Indexing (จัดอันดับจากเวอร์ชันมือถือ) WordPress Theme ส่วนใหญ่รองรับ Mobile
6. มีระบบ Blog ในตัว
การทำ Blog เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดึง Traffic จาก Google WordPress มีระบบ Blog ที่ดีที่สุด
15 การตั้งค่า WordPress SEO ที่ต้องทำ
นี่คือการตั้งค่าพื้นฐาน 15 ข้อที่เว็บไซต์ WordPress ทุกเว็บต้องทำ:
1. เลือก Hosting ที่มีคุณภาพ
Hosting มีผลต่อความเร็วและความเสถียรของเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อ SEO
คำแนะนำ:
- เลือก Hosting ที่มี Server ในไทย (ถ้ากลุ่มเป้าหมายคนไทย)
- เลือก Hosting ที่มี uptime 99.9%+
- เลือก Hosting ที่มี Support 24/7
2. เลือก Theme ที่ SEO Friendly
Theme มีผลต่อความเร็วและโครงสร้าง HTML ของเว็บไซต์
คำแนะนำ:
- เลือก Theme ที่โหลดเร็ว (ตรวจสอบ Core Web Vitals)
- เลือก Theme ที่รองรับ Mobile Responsive
- เลือก Theme ที่เขียนโค้ดสะอาด (Clean Code)
Theme ที่แนะนำ:
- Astra
- GeneratePress
- OceanWP
- Kadence
3. ใช้ Plugin เท่าที่จำเป็น
Plugin เยอะเกินไปทำให้เว็บช้าและเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย
คำแนะนำ:
- ใช้ Plugin เฉพาะที่จำเป็นจริงๆ
- ลบ Plugin ที่ไม่ได้ใช้
- อัปเดต Plugin เป็นประจำ
4. ตั้งค่า Site Title และ Tagline
Site Title คือชื่อเว็บไซต์ที่แสดงบน Google
วิธีการตั้งค่า:
- ไปที่ Settings > General
- ตั้งค่า Site Title (ชื่อเว็บไซต์)
- ตั้งค่า Tagline (คำอธิบายสั้นๆ)
ตัวอย่าง:
- Site Title: CO2 Dev – รับทำเว็บไซต์ WordPress
- Tagline: บริการทำเว็บไซต์ WordPress มืออาชีพ รองรับ SEO
5. ตั้งค่า Search Engine Visibility ⚠️
สำคัญที่สุด! การตั้งค่านี้ต้อง ไม่ติ๊ก เพื่อให้ Google เข้ามาเก็บข้อมูลเว็บไซต์
วิธีการตั้งค่า:
- ไปที่ Settings > Reading
- ดูที่ Search Engine Visibility
- ห้ามติ๊ก ช่อง “Discourage search engines from indexing this site”
⚠️ ถ้าติ๊ก: Google จะไม่เห็นเว็บไซต์ของคุณ → ไม่ติดอันดับ
✅ ถ้าไม่ติ๊ก: Google เก็บข้อมูลเว็บไซต์ได้ → ติดอันดับได้
6. ตั้งค่า Permalink (URL Structure)
Permalink คือโครงสร้าง URL ของเว็บไซต์ ซึ่งส่งผลต่อ SEO
วิธีการตั้งค่า:
- ไปที่ Settings > Permalinks
- เลือก Post name (แนะนำ)
- คลิก Save Changes
ตัวอย่าง URL ที่ดี:
- yourdomain.com/services/web-design/ ✅
- yourdomain.com/?p=123 ❌
เคล็ดลับ: URL ควรมี Keyword และอ่านเข้าใจง่าย
7. ทำ HTTPS (SSL Certificate)
Google ให้คะแนนเว็บไซต์ HTTPS สูงกว่า HTTP
วิธีการตั้งค่า:
- ติดต่อ Hosting Provider เพื่อขอ SSL Certificate
- ตั้งค่า Redirect HTTP → HTTPS
- อัปเดต URL ใน WordPress
8. ติดตั้ง Plugin SEO
Plugin SEO ช่วยตั้งค่า Meta Tag, Sitemap, Schema และอื่นๆ
Plugin ที่แนะนำ:
- Rank Math (แนะนำ – ฟรี, ใช้งานง่าย, ฟีเจอร์ครบ)
- Yoast SEO (ยอดนิยม – ฟรี, ใช้งานง่าย)
- All in One SEO (ฟีเจอร์ครบ – ฟรีและเสียเงิน)
- The SEO Framework (เบา, ไม่มีโฆษณา)
9. ตั้งค่า XML Sitemap
XML Sitemap คือแผนที่เว็บไซต์ที่ช่วย Google ค้นพบหน้าทั้งหมด
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่ Rank Math > Sitemap Settings
- เปิดใช้งาน Sitemap
- Submit Sitemap ไปที่ Google Search Console
URL Sitemap:
yourdomain.com/sitemap.xml
10. เชื่อมต่อ Google Search Console
Google Search Console ช่วยตรวจสอบสถานะเว็บไซต์บน Google
วิธีการตั้งค่า:
- สมัคร Google Search Console
- Verify เว็บไซต์ (ยืนยันความเป็นเจ้าของ)
- Submit XML Sitemap
11. ติดตั้ง Google Analytics
Google Analytics ช่วยติดตามสถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
วิธีการตั้งค่า:
- สมัคร Google Analytics
- รับ Tracking Code
- ติดตั้ง Plugin: “Google Site Kit” หรือ “Monster Insights”
- ใส่ Tracking Code
12. ทำ Noindex หน้าไม่สำคัญ
หน้าที่ไม่สำคัญ (เช่น หน้า Login, Admin) ควรทำ Noindex เพื่อไม่ให้ Google เก็บข้อมูล
วิธีการตั้งค่า:
- ไปที่ Rank Math > General Settings > Others
- ติ๊กหน้าที่ต้องการทำ Noindex
13. ทำ Bild Canonical หน้าที่เนื้อหาซ้ำ
Canonical URL ช่วยบอก Google ว่าหน้าไหนคือต้นฉบับ
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่หน้าที่จะตั้งค่า
- คลิก Advanced
- ใส่ Canonical URL
14. ทำ 301 Redirect ทุกครั้งที่แก้ไข URL
301 Redirect ช่วยส่งต่อพลัง SEO จาก URL เก่าไป URL ใหม่
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่ Rank Math > Redirections
- เพิ่ม Redirection:
- Source URL: /old-page/
- Target URL: /new-page/
- Type: 301 Permanent
15. ติดตั้ง Schema Markup
Schema Markup ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาชัดเจนขึ้น และแสดงผล Rich Snippets
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่ Rank Math > General Settings > Schema
- เปิดใช้งาน Schema
- เลือก Schema Type (Article, Local Business, Product, etc.)
Plugin SEO ที่แนะนำ
1. Rank Math (แนะนำ) ⭐
ข้อดี:
- ฟรี ฟีเจอร์ครบ
- ใช้งานง่าย
- มี Schema Markup
- มี Redirection Manager
- มี 404 Monitor
ราคา: ฟรี / Pro $59/ปี
2. Yoast SEO
ข้อดี:
- ยอดนิยม ใช้งานง่าย
- มี Analyse เนื้อหา
- มี XML Sitemap
- มีชุมชนใหญ่
ราคา: ฟรี / Premium $99/ปี
3. All in One SEO
ข้อดี:
- ฟีเจอร์ครบ
- ตั้งค่าอัตโนมัติได้
- มี Schema Markup
ราคา: ฟรี / Pro $49/ปี
4. The SEO Framework
ข้อดี:
- เบา ไม่มีโฆษณา
- ใช้งานง่าย
- มี Performance Mode
ราคา: ฟรี / Business $129/ปี
การตั้งค่า On-Page SEO
On-Page SEO คือการปรับแต่งเนื้อหาบนหน้าเว็บไซต์
1. ตั้งค่า Title Tag
หลักการ:
- มี Keyword 1-2 คำ
- ความยาว 50-60 ตัวอักษร
- ดึงดูดให้คลิก
ตัวอย่าง:
รับทำเว็บไซต์ WordPress | บริการมืออาชีพ โดย CO2 Dev
2. ตั้งค่า Meta Description
หลักการ:
- มี Keyword อย่างน้อย 1 ครั้ง
- ความยาว 150-160 ตัวอักษร
- อธิบายสรุปเนื้อหาและกระตุ้นให้คลิก
ตัวอย่าง:
บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress โดยทีมมืออาชีพ ออกแบบสวย โหลดเร็ว รองรับ SEO ดูแลครบวงจร ดูแพ็กเกจและราคาได้เลย
3. ใช้ Heading Tags (H1-H6) อย่างถูกต้อง
หลักการ:
- H1: 1 หน้า มี 1 H1 ได้เท่านั้น (หัวข้อหลัก)
- H2: หัวข้อย่อย
- H3: หัวข้อย่อยของ H2
- ใช้ลำดับที่ถูกต้อง (H1 → H2 → H3)
ตัวอย่าง:
# H1: รับทำเว็บไซต์ WordPress
## H2: ทำไมธุรกิจควรเลือก WordPress?
### H3: แก้ไขเนื้อหาได้ง่าย
### H3: รองรับ SEO
## H2: ราคาเว็บไซต์ WordPress
4. ใส่ Alt Text ให้รูปภาพทุกภาพ
Alt Text ช่วย Google เข้าใจรูปภาพและช่วย SEO
วิธีการตั้งค่า:
- ไปที่ Library รูปภาพ
- คลิกที่รูปภาพ
- ใส่ Alt Text ที่เป็นคำอธิบายและมี Keyword
ตัวอย่าง:
รับทำเว็บไซต์ WordPress สำหรับธุรกิจ
5. ทำ Internal Linking
Internal Link คือการลิงก์จากหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่งในเว็บไซต์เดียวกัน
ประโยชน์:
- ช่วย Google ค้นพบหน้าใหม่ๆ
- ส่งพลัง SEO ระหว่างหน้า
- ช่วยให้ผู้ใช้งานอยู่ในเว็บไซต์นานขึ้น
หลักการ:
- ลิงก์จากบทความ Pillar ไป Cluster
- ลิงก์จาก Cluster กลับมา Pillar
- ใช้ Anchor Text ที่เป็น Keyword
6. ทำ External Link
External Link คือการลิงก์ไปเว็บไซต์อื่นที่น่าเชื่อถือ
ประโยชน์:
- เพิ่มความน่าเชื่อถือให้เนื้อหา
- ช่วย Google เข้าใจบริบทเนื้อหา
หลักการ:
- ลิงก์ไปเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ (เช่น Wikipedia, .gov, .edu)
- ไม่ลิงก์ไปเว็บไซต์คู่แข่ง
- เปิด External Link ใน Tab ใหม่
7. เขียนเนื้อหาคุณภาพสูง
หลักการ:
- เนื้อหาต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
- เนื้อหาต้องครบถ้วน (1,000-3,000 คำ)
- ใช้ Keyword อย่างเหมาะสม (1-2% ของเนื้อหา)
การตั้งค่า Technical SEO
Technical SEO คือการตั้งค่าทางเทคนิคที่ช่วย Google เข้าใจและเก็บข้อมูลเว็บไซต์ได้ง่าย
1. ตั้งค่า robots.txt
robots.txt บอก Google ว่าควรเข้าถึงหรือไม่ควรเข้าถึงส่วนไหน
วิธีการตั้งค่า:
- ไปที่ Tools > Editor
- เปิดใช้งาน Custom robots.txt
- กำหนดกฎการเข้าถึง
ตัวอย่าง:
User-agent: *
Disallow: /wp-admin/
Allow: /wp-admin/admin-ajax.php
2. ตั้งค่า .htaccess
.htaccess ช่วยตั้งค่า Redirect, Caching และอื่นๆ
ตัวอย่าง (Redirect HTTP → HTTPS):
RewriteEngine On
RewriteCond %{HTTPS} off
RewriteRule ^(.*)$ https://%{HTTP_HOST}%{REQUEST_URI} [L,R=301]
3. ตั้งค่า Canonical URL
Canonical URL ช่วยบอก Google ว่าหน้าไหนคือต้นฉบับ
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่หน้าที่จะตั้งค่า
- คลิก Advanced
- ใส่ Canonical URL
4. ตั้งค่า 301 Redirect
301 Redirect ช่วยส่งต่อพลัง SEO จาก URL เก่าไป URL ใหม่
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่ Rank Math > Redirections
- เพิ่ม Redirection:
- Source URL: /old-page/
- Target URL: /new-page/
- Type: 301 Permanent
5. ตั้งค่า Noindex หน้าไม่สำคัญ
หน้าที่ไม่สำคัญ (เช่น หน้า Login, Admin) ควรทำ Noindex
วิธีการตั้งค่า (Rank Math):
- ไปที่ Rank Math > General Settings > Others
- ติ๊กหน้าที่ต้องการทำ Noindex
การตั้งค่าความเร็วเว็บไซต์
Google ใช้ความเร็วเว็บเป็นปัจจัยในการจัดอันดับ นี่คือวิธีเพิ่มความเร็ว:
1. ติดตั้ง Plugin Caching
Plugin ที่แนะนำ:
- WP Rocket (เสียเงิน – $59/ปี)
- W3 Total Cache (ฟรี)
- WP Super Cache (ฟรี)
- LiteSpeed Cache (ฟรี)
2. Optimize รูปภาพ
Plugin ที่แนะนำ:
- ShortPixel (เสียเงิน – $10/100 รูป)
- Smush (ฟรี / Pro $120/ปี)
- EWWW Image Optimizer (ฟรี)
3. ใช้ CDN (Content Delivery Network)
CDN ที่แนะนำ:
- Cloudflare (ฟรี)
- BunnyCDN (เสียเงิน – $1/เดือน)
- KeyCDN (เสียเงิน – $5/เดือน)
4. Minify CSS และ JavaScript
Plugin ที่แนะนำ:
- Autoptimize (ฟรี)
- W3 Total Cache (ฟรี)
5. เลื่อนโหลดรูปภาพ (Lazy Load)
Plugin ที่แนะนำ:
- WP Rocket (มี Lazy Load)
- Smush (มี Lazy Load)
- a3 Lazy Load (ฟรี)
การตั้งค่า Schema Markup
Schema Markup ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาชัดเจนขึ้น และแสดงผล Rich Snippets
Schema ที่แนะนำสำหรับธุรกิจ
| Schema Type | เหมาะสำหรับ |
| Local Business | ธุรกิจที่มีหน้าร้าน |
| Organization | บริษัท, องค์กร |
| Service | ธุรกิจที่ขายบริการ |
| Product | ธุรกิจที่ขายสินค้า |
| Article | บทความ, Blog |
| FAQ | หน้า FAQ |
| Review | หน้ารีวิว |
วิธีการตั้งค่า (Rank Math)
- ไปที่ Rank Math > General Settings > Schema
- เปิดใช้งาน Schema
- เลือก Schema Type
- กรอกข้อมูล
ตัวอย่าง Schema (Local Business)
json
{
“@context”: “https://schema.org”,
“@type”: “LocalBusiness”,
“name”: “CO2 Dev”,
“image”: “https://www.co2dev.com/logo.png”,
“telephone”: “081-234-5678”,
“address”: {
“@type”: “PostalAddress”,
“streetAddress”: “123 ถนนสุขุมวิท”,
“addressLocality”: “กรุงเทพมหานคร”,
“postalCode”: “10110”,
“addressCountry”: “TH”
},
“url”: “https://www.co2dev.com”,
“openingHours”: “Mo-Fr 09:00-18:00”
}
เช็คลิสต์ WordPress SEO
✅ การตั้งค่าพื้นฐาน
- เลือก Hosting ที่มีคุณภาพ
- เลือก Theme ที่ SEO Friendly
- ใช้ Plugin เท่าที่จำเป็น
- ตั้งค่า Site Title และ Tagline
- ตั้งค่า Search Engine Visibility (ไม่ติ๊ก)
- ตั้งค่า Permalink (Post name)
- ทำ HTTPS (SSL Certificate)
✅ Plugin และการตั้งค่า
- ติดตั้ง Plugin SEO (Rank Math / Yoast)
- ตั้งค่า XML Sitemap
- เชื่อมต่อ Google Search Console
- ติดตั้ง Google Analytics
- ติดตั้ง Schema Markup
✅ On-Page SEO
- ตั้งค่า Title Tag (ทุกหน้า)
- ตั้งค่า Meta Description (ทุกหน้า)
- ใช้ Heading Tags อย่างถูกต้อง
- ใส่ Alt Text ให้รูปภาพทุกภาพ
- ทำ Internal Linking
- ทำ External Link
- เขียนเนื้อหาคุณภาพสูง
✅ Technical SEO
- ตั้งค่า robots.txt
- ตั้งค่า .htaccess (HTTP → HTTPS)
- ตั้งค่า Canonical URL
- ตั้งค่า 301 Redirect
- ตั้งค่า Noindex หน้าไม่สำคัญ
✅ ความเร็วเว็บไซต์
- ติดตั้ง Plugin Caching
- Optimize รูปภาพ
- ใช้ CDN
- Minify CSS และ JavaScript
- ทำ Lazy Load
✅ Schema Markup
- ติดตั้ง Schema Markup
- เลือก Schema Type ที่เหมาะสม
- กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
สรุป
WordPress SEO คือการตั้งค่า WordPress ให้ติดอันดับ Google โดยไม่ต้องจ่ายเงินโฆษณา
สรุปใจความสำคัญ:
✅ WordPress เหมาะกับ SEO เพราะโครงสร้างพื้นฐานดี มี Plugin ครบ
✅ 15 การตั้งค่าพื้นฐานที่ต้องทำ: Hosting, Theme, Search Engine Visibility, Permalink, HTTPS, Plugin SEO, Sitemap, Google Search Console, Analytics, Noindex, Canonical, 301 Redirect, Schema
✅ On-Page SEO: Title Tag, Meta Description, Heading Tags, Alt Text, Internal Link, External Link
✅ Technical SEO: robots.txt, .htaccess, Canonical, 301 Redirect, Noindex
✅ ความเร็วเว็บไซต์: Caching, Optimize รูปภาพ, CDN, Minify, Lazy Load
✅ Schema Markup: ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาชัดเจนขึ้น
หากคุณต้องการบริการ รับทำเว็บไซต์ WordPress ที่ตั้งค่า SEO ตั้งแต่เริ่มต้น ทีมงานของเราพร้อมช่วยคุณ
พร้อมทำ SEO ให้เว็บไซต์ WordPress แล้วหรือยัง?
